เมื่อพูดถึงการพนันในมิติของไทย ภาพที่มักถูกนึกถึงคือกฎหมายที่ค่อนข้างเข้มงวด คาสิโนใต้ดิน และนักพนันไทยที่เดินทางออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าระดับกฎหมายภายในประเทศ การพนัน หรือgamblingในไทยกำลังกลายเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับภูมิรัฐศาสตร์ระดับภูมิภาคทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุน ความมั่นคง และการแข่งขันเชิงอำนาจอ่อน (soft power) ในอาเซียน
บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า การพนันในไทยเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์อย่างไร ประเทศเพื่อนบ้านเดินหน้าไปถึงไหนแล้ว และไทยสามารถต่อยอดให้กลายเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์แทนที่จะเป็นเพียงปัญหาภายในได้อย่างไร
ภูมิทัศน์การพนันในไทยวันนี้
ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีกรอบกฎหมายที่ห้ามการพนันเกือบทุกประเภทยกเว้นบางรูปแบบที่รัฐควบคุม เช่น
- สลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นการพนันรูปแบบเดียวที่ถูกกฎหมายและมีการจัดโดยรัฐ
- การพนันม้าในสนามม้าบางแห่งที่ได้รับอนุญาตภายใต้กฎระเบียบเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การพนันยังคงเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปแบบบ่อนใต้ดิน การเล่นออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่อยู่ต่างประเทศ และการเดินทางไปเล่นยังคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์
จุดนี้เองที่ทำให้มิติของภูมิรัฐศาสตร์เข้ามามีบทบาท เพราะเม็ดเงินจำนวนมากไหลออกนอกประเทศ ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านใช้คาสิโนเป็นเครื่องมือดึงดูดทุนและนักท่องเที่ยวรวมถึงสร้างอิทธิพลในระดับภูมิภาค
ทำไมการพนันจึงกลายเป็นประเด็นภูมิรัฐศาสตร์
การพนันไม่ใช่เพียงเรื่องศีลธรรม หรือการจัดระเบียบสังคมภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายมิติที่มีผลต่ออำนาจต่อรองของรัฐในภูมิภาค โดยเฉพาะในอาเซียนที่การแข่งขันด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
1. การไหลออกของเงินทุนสู่คาสิโนประเทศเพื่อนบ้าน
ด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายภายในประเทศ คนไทยจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางข้ามพรมแดนไปเล่นคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหมายถึง
- รายได้ภาษีที่สูญเสียไปให้กับรัฐอื่น
- เงินทุนที่ไหลออกจากระบบเศรษฐกิจไทยสู่เมืองชายแดนของประเทศรอบข้าง
- อำนาจต่อรองเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจลดลง เพราะประเทศรอบข้างกลายเป็นผู้ดึงดูดเงินทุนและนักท่องเที่ยวไทย
ในทางกลับกัน หากไทยสามารถออกแบบกรอบกฎหมายที่เหมาะสมและบริหารจัดการการพนันอย่างเป็นระบบ เงินจำนวนนี้มีโอกาสจะหมุนเวียนอยู่ในประเทศและถูกนำไปใช้เพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่งผลต่อบทบาทของไทยในภูมิภาคโดยตรง
2. การแข่งขันดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
หลายประเทศในอาเซียนใช้คาสิโนในลักษณะศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจรร่วมกับโรงแรมหรู ศูนย์ประชุม ห้างสรรพสินค้า และแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และกลุ่มตะวันออกกลาง
ไทยมีข้อได้เปรียบเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมอยู่แล้ว ทั้งทะเล ภูเขา เมืองมรดก วัดวาอาราม และอาหาร จุดแข็งเหล่านี้หากถูกจับคู่กับโครงสร้างความบันเทิงที่มีกาสิโนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบก็จะทำให้ไทยสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคได้อย่างโดดเด่น และเสริมบทบาทการเป็นhub การท่องเที่ยวของอาเซียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
3. ภาพลักษณ์ประเทศและ Soft Power
การจัดการการพนันอย่างมีระบบ สามารถสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพเชิงสถาบันของรัฐไทยในสายตาประเทศอื่น ๆ ว่ามีความสามารถในการออกแบบนโยบายที่สมดุลระหว่าง
- การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
- การคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบด้านลบ
- การรักษามาตรฐานด้านการป้องกันอาชญากรรมและการฟอกเงิน
เมื่อสามารถสื่อสารจุดยืนนี้ออกสู่เวทีโลกได้อย่างชัดเจน ไทยย่อมมีโอกาสเพิ่มอิทธิพลในมิติของsoft powerทั้งด้านวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และมาตรฐานการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ (responsible tourism) ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความน่าเชื่อถือทางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
บทเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
เพื่อให้เข้าใจมิติภูมิรัฐศาสตร์ของการพนันในไทยอย่างรอบด้าน ควรมองเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้คาสิโนเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมืองระดับภูมิภาค
| ประเทศ | สถานะคาสิโน | จุดขายเชิงภูมิภาค | มุมมองภูมิรัฐศาสตร์ |
|---|---|---|---|
| ไทย | ยังไม่อนุญาตคาสิโนเชิงพาณิชย์ในประเทศ (ยกเว้นสลากฯ และม้าบางรูปแบบ) | ศูนย์กลางท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร โลจิสติกส์และการเดินทางสะดวก | มีศักยภาพสูง หากออกแบบนโยบายเปิดเสรีแบบมียุทธศาสตร์ |
| สิงคโปร์ | มีคาสิโนในรีสอร์ตแบบครบวงจร | หรูหราระดับโลก ศูนย์กลางการเงินและ MICE | ใช้คาสิโนเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการประชุมระดับนานาชาติ |
| กัมพูชา | มีคาสิโนจำนวนมากใกล้ชายแดนไทยและเวียดนาม | ดึงดูดนักพนันจากไทยและประเทศเพื่อนบ้าน | ใช้คาสิโนเป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองชายแดนและดึงเงินทุนต่างชาติ |
| ลาว | มีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รวมคาสิโน | เชื่อมโยงเส้นทางการค้าและการท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง | เสริมบทบาทในฐานะจุดพักระหว่างไทย จีน เวียดนาม |
| ฟิลิปปินส์ | มีโซนคาสิโนขนาดใหญ่ในเมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยว | ผสานคาสิโนกับรีสอร์ตและการท่องเที่ยวชายทะเล | แข่งกับสิงคโปร์และมาเก๊าในการดึงดูดนักพนันต่างชาติ |
| เวียดนาม | มีคาสิโนภายใต้กรอบกฎหมายเฉพาะ และโครงการนำร่องบางแห่ง | รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและบางพื้นที่นำร่องสำหรับคนในประเทศ | บริหารสมดุลระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวกับการคุมความเสี่ยงสังคม |
จากตารางจะเห็นว่า หลายประเทศในภูมิภาคใช้คาสิโนอย่างมียุทธศาสตร์ ทั้งเพื่อดึงดูดนักลงทุนระดับโลก สร้างเมืองใหม่ และเพิ่มอำนาจต่อรองในภูมิภาค ขณะที่ไทยยังอยู่ในจุดที่สามารถเลือกทิศทางได้อย่างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญหากออกแบบนโยบายอย่างรอบคอบ
โอกาสเชิงบวกหากไทยเดินหน้าปรับกฎหมายการพนัน
การพูดถึงโอกาสเชิงบวกไม่ได้หมายความว่าควรมองข้ามความเสี่ยง แต่คือการมองว่า หากไทยตัดสินใจปรับกฎหมายโดยมีกรอบกำกับดูแลที่เข้มแข็ง จะมีประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์อะไรบ้างในระดับภูมิภาค
1. รายได้ภาษีและงบลงทุนเพื่อยกระดับโครงสร้างภูมิภาค
การทำให้การพนันบางรูปแบบอยู่ในระบบสามารถสร้างรายได้ภาษีจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้ในโครงการที่เสริมบทบาทไทยในภูมิภาค เช่น
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางระหว่างประเทศ สนามบิน ท่าเรือ รถไฟความเร็วสูง
- ลงทุนในเมืองชายแดนเชิงยุทธศาสตร์ ให้กลายเป็นประตูทางการค้าระดับภูมิภาค
- เพิ่มงบด้านเทคโนโลยีการกำกับดูแล การป้องกันฟอกเงิน และระบบติดตามธุรกรรมข้ามพรมแดน
เมื่อมีงบลงทุนเหล่านี้ ไทยสามารถขยับบทบาทจาก “ประเทศรับนักท่องเที่ยวทั่วไป” สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การคมนาคม และการประชุมของภูมิภาคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
2. ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและ MICE
แนวคิดศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร(integrated resort) ที่มีคาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของระบบ สามารถผสานกับจุดแข็งเดิมของไทย ได้แก่
- เครือข่ายโรงแรมและรีสอร์ตคุณภาพสูงในหลายเมืองท่องเที่ยว
- ศักยภาพด้านการจัดประชุม นิทรรศการ และอีเวนต์ระดับนานาชาติ (MICE)
- เสน่ห์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ที่ดึงดูดผู้เดินทางจากทั่วโลก
การผสมผสานองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวครบวงจรที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การทำธุรกิจ และความบันเทิง ซึ่งเพิ่มอิทธิพลเชิงเศรษฐกิจและการทูตในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
3. ลดช่องว่างของเศรษฐกิจนอกระบบและอาชญากรรมข้ามชาติ
ในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ การพนันที่อยู่ในเงามืดมักเชื่อมโยงกับ
- เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
- การฟอกเงินผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ยาก
- การทุจริตและการใช้พื้นที่ชายแดนอย่างไม่โปร่งใส
หากไทยออกแบบระบบกำกับดูแลที่ดึงกิจกรรมบางส่วนเข้าสู่ระบบทางการ พร้อมทั้งเชื่อมต่อข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้านในกรอบความร่วมมือ เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและลดบทบาทของกลุ่มอาชญากรรมในภูมิภาคได้
4. เสริมบทบาทผู้นำด้านมาตรฐานกำกับดูแลในอาเซียน
หากไทยสามารถกำหนดมาตรฐานด้านการกำกับดูแลการพนันที่
- เข้มข้นด้านการป้องกันฟอกเงิน
- ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้เล่นและการเล่นอย่างรับผิดชอบ
- มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานระหว่างประเทศ
ไทยย่อมมีโอกาสกลายเป็นผู้นำด้านมาตรฐานการกำกับดูแลในอาเซียนสร้างอิทธิพลเชิงสถาปัตยกรรมกฎระเบียบ (regulatory power) ซึ่งมีผลต่อการเจรจาด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในอนาคต
มิติความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
การพนันในไทยไม่ได้ส่งผลเฉพาะภายในประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดนและความสัมพันธ์แบบทวิภาคีกับประเทศรอบข้างอย่างมีนัยสำคัญ
1. เมืองชายแดนในฐานะ “ประตูเศรษฐกิจและความมั่นคง”
เมืองชายแดนบางแห่งในภูมิภาคพัฒนาไปพร้อมกับคาสิโนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้เกิด
- การจ้างงานและการลงทุนในพื้นที่ชายแดน
- การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า และระบบสื่อสาร
- ปริมาณการเดินทางข้ามแดนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หากไทยมีนโยบายที่ชัดเจน ไทยสามารถใช้เมืองชายแดนเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมไทยกับภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและอาเซียนทั้งด้านโลจิสติกส์ การค้า การท่องเที่ยว และบริการทางการเงิน แทนที่จะเป็นเพียงพื้นที่ผ่านของเงินทุนที่ไหลออกนอกประเทศ
2. ความร่วมมือแทนการแข่งขันแบบทำลายกันเอง
แม้ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนจะต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุน แต่ในเรื่องการพนัน สามารถสร้างความร่วมมือเสริมกันได้ เช่น
- กำหนดมาตรฐานร่วมด้านการป้องกันฟอกเงินในคาสิโนและแพลตฟอร์มออนไลน์
- เชื่อมโยงระบบติดตามธุรกรรมที่มีความเสี่ยงข้ามพรมแดน
- พัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยวระดับภูมิภาคที่เชื่อมหลายเมืองและหลายประเทศเข้าด้วยกัน
ในบริบทนี้ ไทยสามารถเป็นตัวกลางสำคัญที่ผลักดันมาตรฐานร่วม และใช้ทักษะด้านการท่องเที่ยวและบริการที่โดดเด่น สร้างภาพลักษณ์การเป็นผู้นำความร่วมมือแทนการแข่งขันแบบห้ำหั่น
แนวโน้มเชิงนโยบายและฉากทัศน์อนาคตของไทย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยมีการพูดคุยเชิงนโยบายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจรที่มีกิจกรรมพนันอยู่ภายใต้การควบคุมมีการศึกษาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อประเมินผลดีผลเสียและทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์
หากมองไปข้างหน้า สามารถจินตนาการเป็นฉากทัศน์กว้าง ๆ ได้อย่างน้อย 3 แบบ ซึ่งแต่ละแบบมีผลต่อภูมิรัฐศาสตร์ต่างกัน
ฉากทัศน์ที่ 1 : รักษาสถานะเดิม เน้นควบคุมและปราบปราม
ในฉากทัศน์นี้ ไทยยังคงไม่เปิดให้มีคาสิโนเชิงพาณิชย์ในประเทศ ยังคงใช้มาตรการด้านกฎหมายและการปราบปรามเป็นหลัก ผลที่เกิดขึ้นมักจะคือ
- เม็ดเงินจำนวนมากยังคงไหลไปยังคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน
- กิจกรรมพนันในประเทศจำนวนหนึ่งยังคงอยู่ในระบบนอกกฎหมาย
- ไทยเน้นบทบาทด้านความมั่นคงและการปราบปราม มากกว่าการใช้การพนันเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ
ข้อได้เปรียบคือลดแรงปะทะเชิงสังคมในระยะสั้น แต่ก็อาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการออกแบบกติกาและมาตรฐานระดับภูมิภาค
ฉากทัศน์ที่ 2 : พัฒนา “ศูนย์รวมความบันเทิงแบบครบวงจร” จุดยุทธศาสตร์
ฉากทัศน์นี้เน้นการออกแบบพื้นที่เฉพาะ เช่น เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเมืองหลักบางแห่ง ให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิง รีสอร์ต การประชุม และคาสิโนที่ถูกควบคุมเข้มงวดโดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- ระบบคัดกรองผู้เล่น เช่น เกณฑ์รายได้ หรือมาตรการจำกัดวงเงินเพื่อส่งเสริมการเล่นอย่างรับผิดชอบ
- ระบบติดตามธุรกรรมเพื่อป้องกันฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน
- การออกแบบเมืองให้ผสานกับเอกลักษณ์ไทย วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวคุณภาพสูง
ฉากทัศน์นี้ช่วยให้ไทยสามารถกลายเป็นฮับด้านการท่องเที่ยวและความบันเทิงของอาเซียนพร้อมทั้งเสริมอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจและการทูต
ฉากทัศน์ที่ 3 : เน้นกำกับดูแลดิจิทัลและความร่วมมืออาเซียน
ในโลกที่การพนันออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ฉากทัศน์นี้ให้ความสำคัญกับ
- การออกกฎหมายและระบบกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล
- การทำงานร่วมกับผู้ให้บริการข้ามชาติในการป้องกันฟอกเงินและคุ้มครองผู้เล่น
- การผลักดันให้เกิดข้อตกลงความร่วมมือระดับอาเซียนด้านการพนันออนไลน์
ไทยสามารถใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและภาคบริการทางการเงิน เป็นฐานในการสร้างบทบาทผู้นำด้านมาตรฐานโลกใหม่ของการพนันออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ
กลยุทธ์เชิงรุกของไทยในภูมิภาค
ไม่ว่าไทยจะเลือกฉากทัศน์ใดหรือผสมผสานกัน สิ่งสำคัญคือการมียุทธศาสตร์ชัดเจนเพื่อยกระดับบทบาทของประเทศในภูมิภาคผ่านมิติของการพนันและความบันเทิงอย่างมีความรับผิดชอบ
1. กำหนดกรอบ “การพนันอย่างรับผิดชอบ” เป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค
ไทยสามารถวางจุดยืนให้การพนันที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐถูกมองว่าเป็นมาตรฐานสูงด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบเช่น
- มาตรการป้องกันและช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
- โปรแกรมความรู้ทางการเงิน (financial literacy) สำหรับประชาชน
- การควบคุมการสื่อสารการตลาดให้โปร่งใสและไม่จูงใจเกินจริง
เมื่อรูปแบบนี้ประสบความสำเร็จ ไทยสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นต้นแบบนโยบายให้กับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
2. ผลักดันความร่วมมือด้านข้อมูลและการป้องกันฟอกเงิน
ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ การควบคุมการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงินคือหัวใจสำคัญ ไทยสามารถริเริ่ม
- กรอบการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมเสี่ยงสูงกับประเทศที่มีคาสิโนขนาดใหญ่
- มาตรฐาน KYC และการยืนยันตัวตนสำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนัน
- การฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลในอาเซียน
สิ่งเหล่านี้จะเสริมความน่าเชื่อถือของไทยบนเวทีการเงินระหว่างประเทศ และช่วยปกป้องระบบเศรษฐกิจภูมิภาคจากความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
3. เชื่อมโยงการพนันกับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
หากไทยมองการพนันในฐานะส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวมากกว่ากิจกรรมโดด ๆ จะสามารถออกแบบแพ็กเกจที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น
- ทริปผสมผสานระหว่างการประชุมทางธุรกิจ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และความบันเทิงในศูนย์รวมแบบครบวงจร
- อีเวนต์ระดับนานาชาติด้านกีฬา ดนตรี และศิลปะ ที่จัดคู่กับโซนความบันเทิง
- การสร้างเมืองต้นแบบที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ วัฒนธรรม และนันทนาการ
ยุทธศาสตร์เช่นนี้จะช่วยยกระดับแบรนด์ประเทศไทยในฐานะปลายทางไลฟ์สไตล์ระดับโลกไม่ใช่เพียงจุดเล่นพนัน
สรุป : การพนันในไทยในฐานะหมากตัวสำคัญของภูมิภาค
การพนันในประเทศไทยกำลังเคลื่อนจากการเป็นเพียง “ประเด็นสังคม” และ “ข้อถกเถียงด้านศีลธรรม” ไปสู่การเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานภูมิรัฐศาสตร์อาเซียนที่เกี่ยวพันกับเม็ดเงินมหาศาล ภาพลักษณ์ประเทศ การท่องเที่ยว ความมั่นคง และบทบาทผู้นำด้านมาตรฐานกำกับดูแล
ไทยมีข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ทั้งด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน หากสามารถออกแบบนโยบายการพนันให้
- อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่โปร่งใส เข้มแข็ง และทันสมัย
- เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความมั่นคงระดับภูมิภาค
- ยึดหลักการเล่นอย่างรับผิดชอบและการคุ้มครองประชาชนเป็นหัวใจ
การพนันก็สามารถเปลี่ยนจาก “จุดอ่อน” ที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาเดิม ๆ ให้กลายเป็นเครื่องมือเชิงบวกในการเสริมสร้างอำนาจต่อรองและบทบาทนำของไทยในภูมิภาคได้อย่างทรงพลัง
ท้ายที่สุด ไม่ว่าทิศทางนโยบายของไทยจะเป็นอย่างไร การมองการพนันผ่านเลนส์ภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยให้การตัดสินใจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกรอบศีลธรรม แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาว ที่มองเห็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีภูมิภาคและระดับโลกควบคู่กันไป